Office of Academic Resources
Chulalongkorn University
Chulalongkorn University

Home / Help

Titleฮิวแมนแปบปิโลมาไวรัส ชนิดที่ 16 ในรอยโรคไลเคนแพลนัส อีพิทีเลียล ดิสแพลเซีย และมะเร็งสควอมัส เซลล์ คาร์ซิโนมาในช่องปากของผู้ป่วยไทย / กล้าวจี เกตุแก้ว = Human papillomavirus type 16 in oral lichen planus, epithelial dysplasia and squamous cell carcinoma in Thai patients
Author Klawajee Ketkaew
Imprint 2553
Connect tohttp://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36002
Descript ก-ฏ, 101 แผ่น : ภาพประกอบ

SUMMARY

ฮิวแมนแปบปิโลมาไวรัส (Human Papillomavirus; HPV) เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคของเยื่อบุผิวชนิดสควอมัส (squamous epithelium) ได้ในหลายอวัยวะ รวมถึงเยื่อเมือกในช่องปาก ก่อให้เกิดความรุนแรงได้หลายระดับตั้งแต่เนื้องอกไปจนถึงมะเร็ง HPV ที่พบสัมพันธ์กับรอยโรคในช่องปากส่วนใหญ่เป็นชนิดความเสี่ยงต่ำ (low-risk HPV) ส่วนในกลุ่มความเสี่ยงสูง (high-risk HPV) พบรายงานว่ามีความสัมพันธ์กับรอยโรคมะเร็งเป็นส่วนใหญ่ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาเชื้อ HPV ในรอยโรคไลเคนแพลนัส อีพิทีเลียล ดิสแพลเซีย และมะเร็งสควอมัส เซลล์ คาร์ซิโนมาในช่องปากของผู้ป่วยไทย โดยใช้ชิ้นเนื้อฝังในพาราฟินของรอยโรคไลเคนแพลนัส อีพิทีเลียล ดิสแพลเซีย มะเร็งสควอมัส เซลล์ คาร์ซิโนมาในช่องปาก และเนื้อเยื่อปกติ ส่งตรวจด้วยวิธีอิมมูโนฮิสโตเคมี โดยใช้แอนติบอดีต่อ HPV-16L1 เพื่อตรวจหาแอนติเจนของไวรัสในเนื้อเยื่อ ผลการศึกษาพบการแสดงออกของ HPV-16 ในทุกกลุ่มคือ ร้อยละ 26.7 (16/60) ในไลเคนแพลนัส ร้อยละ 73.3 (22/30) ในอีพิทีเลียล ดิสแพลเซีย ร้อยละ 23.3 (7/30) ในมะเร็งสควอมัส เซลล์ คาร์ซิโนมา และร้อยละ 15 (3/20) ในเนื้อเยื่อปกติ โดยพบ HPV-16 ในรอยโรคอีพิทีเลียล ดิสแพลเซีย สูงกว่าในมะเร็งสควอมัส เซลล์ คาร์ซิโนมา ไลเคนแพลนัส และเนื้อเยื่อปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อายุเฉลี่ยของกลุ่มเนื้อเยื่อปกติน้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ ควรติดตามศึกษาระยะยาวในกลุ่มเนื้อเยื่อปกติที่พบ HPV-16 ต่อไป เป็นไปได้ว่า HPV-16 อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเกิดพยาธิสภาพของรอยโรค อีพิทีเลียล ดิสแพลเซีย และมีผลในการเหนี่ยวนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพของรอยโรคที่มีโอกาสเปลี่ยนเป็นมะเร็งในช่องปากให้กลายเป็นมะเร็งได้
Human Papillomavirus (HPV) is an epitheliotropic virus which known to cause benign and malignant tumors of the mucosal epithelium including oral mucosa. HPV-associated oral lesions are mostly low-risk HPV, but high-risk HPV are also associated with malignant lesions. Oral lichen planus (OLP), epithelial dysplasia, oral squamous cell carcinoma (OSCC) and normal mucosa in paraffin sections were evaluated for HPV-16 with HPV-16L1 antibody by immunohistochemistry. HPV-16 was detected in 26.7% (16/60) of OLP, 73.3% (22/30) of epithelial dysplasia, 23.3% (7/30) of OSCC, and 15% (3/20) of normal mucosa, and the detection rate of HPV-16 in epithelial dysplasia was higher than that in OSCC, OLP and normal mucosa being statistically significant. The mean age of the group with normal mucosa was significantly lower than that in other groups. Long-term follow up on patients with presence of HPV in normal mucosa is recommended. This study confirms findings of HPV-16 prevalence in epithelial dysplasia. We concluded that HPV-16 may be involved in the pathogenesis of epithelial dysplasia. HPV-16 in association with other factors may induce pathological changes in the progression of potentially malignant lesions to malignancy.


แปปิลโลมาไวรัส เยื่อบุช่องปาก -- โรค ปาก -- มะเร็ง Papillomaviruses Oral mucosa -- Diseases Mouth -- Cancer Human Papillomavirus 16 Carcinoma Squamus Cell Lichen Planus Oral Epithelial Cells -- Pathology Immunohistochemistry

LOCATIONCALL#STATUS
Dentistry Library : Thesisวิทยานิพนธ์LIB USE ONLY
Central Library @ Chamchuri 10 : Thesis532099LIB USE ONLY



Location



Office of Academic Resources, Chulalongkorn University, Phayathai Rd. Pathumwan Bangkok 10330 Thailand

Contact Us

Tel. 0-2218-2929,
0-2218-2927 (Library Service)
0-2218-2903 (Administrative Division)
Fax. 0-2215-3617, 0-2218-2907

Social Network

  line

facebook   instragram