Office of Academic Resources
Chulalongkorn University
Chulalongkorn University

Home / Help

Titleการรับการกลมกลืนฐานกรณ์เสียงพยัญชนะท้ายนาสิกตามเสียงที่ตามมาในภาษาญี่ปุ่นของผู้เรียนคนไทย : การศึกษาตามแนวทฤษฎีอุตมผล / ธนศักดิ์ ศิริคะเณรัตน์ = Acquisition of Japanese nasal place assimilation by Thai learners : an optimality theoretical account
Author Thanasak Sirikanerat
Imprint 2555
Connect tohttp://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/30890
Descript ก-ฐ, 153 แผ่น : ภาพประกอบ, แผนภูมิ

SUMMARY

ศึกษาการรับการกลมกลืนเสียงพยัญชนะท้ายนาสิกตามเสียงที่ตามมาในภาษาญี่ปุ่นของผู้เรียนคนไทยโดยใช้ทฤษฎีอุตมผล (Optimality theory) เป็นกรอบในการวิเคราะห์ข้อมูลการออกเสียงจากการทดลอง โดยมีสมมติฐานว่า พฤติกรรมการออกเสียงของผู้เรียนคนไทยจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงของพัฒนาการทางระบบเสียง และความแตกต่างดังกล่าวเกิดจากการเรียงลำดับข้อบังคับ (constraint ranking) ที่แตกต่างกัน ผลจากการวิเคราะห์พบว่า การออกเสียงของผู้เข้าร่วมการทดลองสามารถจัดกลุ่มได้เป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่หนึ่ง ออกเสียง /N/ เป็นเสียง [n] ทุกคำ กลุ่มที่สอง ออกเสียง /N/ เป็นเสียง [n] หรือ [ŋ] เท่านั้น และกลุ่มที่สาม ออกเสียง /N/ เป็นทั้ง 3 เสียง ได้แก่เสียง [m], [n] และ [ŋ] ผลจากการทดลองพบว่า ไม่มีผู้เข้าร่วมการทดลองคนใดเลยที่ออกเสียง /N/ เป็นเสียง [m] เมื่อมีเสียงปุ่มเหงือกหรือเสียงเพดานอ่อนตามมา จากการวิเคราะห์การเรียงลำดับข้อบังคับพบว่า มีเพียงกลุ่มที่สามเท่านั้นที่มีการกลมกลืนเสียง ในขณะที่การออกเสียงของผู้เข้าร่วมการทดลองในกลุ่มที่หนึ่ง เกิดจากการเรียงลำดับข้อบังคับแบบภาษาไทย คือให้ความสำคัญข้อบังคับความเหมือน (faithfulness constraint) มากที่สุด และการออกเสียงของผู้เข้าร่วมการทดลองในกลุ่มที่สอง เกิดจากการเรียงลำดับข้อบังคับลักษณะแปลกเด่น (markedness constraint) ของฐานกรณ์ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์การเรียงลำดับข้อบังคับ ยังทำให้สามารถสรุปพัฒนาการของการรับการกลมกลืนเสียงของผู้เข้าร่วมการทดลองในแต่ละกลุ่มได้ว่า กลุ่มที่หนึ่งอยู่ในช่วงแรกของพัฒนาการ กลุ่มที่สองอยู่ในช่วงกลางของพัฒนาการ และกลุ่มที่สามเป็นกลุ่มที่มีพัฒนาการมากที่สุด พฤติกรรมการออกเสียงของผู้เรียนคนไทยแตกต่างกันไปตามพัฒนาการการรับระบบเสียงในแต่ละช่วง และความแตกต่างดังกล่าวเกิดจากการเรียงลำดับข้อบังคับที่ต่างกันดังที่ตั้งสมมติฐานไว้
To study the acquisition of Japanese nasal place assimilation by Thai learners within optimality-theoretical framework using experimental data. It is hypothesized that outputs produced by participants vary according to the constraints ranking in each developmental stage. Results show that participants can be divided into 3 groups according to their outputs. First, a group which produces only [n]. Second, a group which produces only [n] and [ŋ]. The last group, produces all sounds, including [m], [n] and [ŋ]. However, no participants in this research produce /N/ as [m] when followed by alveolar and velar sounds. The analysis also reveals only the third shows assimilation. Outputs of participants in the first group and the second groups show effects of faithfulness constraints and markedness constraints respectively. Moreover, constraint ranking in each group suggests that the participants in the first group represent the initial stage of development, the second group the intermediate stage, and the third group the most developed stage. This research thus supports the hypothesis that outputs produced by participants vary according to different constraints ranking in each stage of development.


การรับภาษา ทฤษฎีอุตมผล (ภาษาศาสตร์) ภาษาญี่ปุ่น -- การออกเสียง ภาษาญี่ปุ่น -- การกลมกลืน ภาษาระหว่างกลาง Language acquisition Optimality theory (Linguistics) Japanese language -- Pronunciation Japanese language -- Assimilation Interlanguage ‪(Language learning)‬

LOCATIONCALL#STATUS
Arts Library : Thesisวพ. ภาษาศาสตร์LIB USE ONLY



Location



Office of Academic Resources, Chulalongkorn University, Phayathai Rd. Pathumwan Bangkok 10330 Thailand

Contact Us

Tel. 0-2218-2929,
0-2218-2927 (Library Service)
0-2218-2903 (Administrative Division)
Fax. 0-2215-3617, 0-2218-2907

Social Network

  line

facebook   instragram