Office of Academic Resources
Chulalongkorn University
Chulalongkorn University

Home / Help

Titleความสัมพันธ์ระหว่าง เพศ การสนับสนุนทางสังคม การรับรู้ตราบาป การจัดการตนเอง ความร่วมมือในการใช้ยา สมรรถนะแห่งตนและภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วยผู้ใหญ่โรคลมชัก / ราตรี ตาลเชื้อ = Relationships among gender, social support, stigma, self-management, medication adherence, self-efficacy, amd deperssion in adult patients with epilepsy
Author Ratree Talchue
Imprint 2554
Connect tohttp://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51816
Descript ก-ฌ, 127 แผ่น

SUMMARY

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะซึมเศร้าและปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วยโรคลมชัก ได้แก่ เพศ การสนับสนุนทางสังคม การรับรู้ตราบาป การจัดการตนเอง ความร่วมมือในการใช้ยาและสมรรถนะแห่งตน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคลมชักทั้งเพศชายและเพศหญิง ที่มารับการตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอก คลินิกโรคลมชักโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จำนวน 90 ราย ที่ได้รับการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม แบบสอบถามการรับรู้ตราบาป แบบสอบถามการจัดการตนเอง แบบประเมินความร่วมมือในการใช้ยา แบบประเมินสมรรถนะแห่งตน และแบบประเมินภาวะซึมเศร้า ที่ผ่านการตรวจความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และหาค่าความเที่ยงโดยการใช้สัมประสิทธิ์อัลฟาครอนบาคได้เท่ากับ.83, .89, .78, .71, .89, และ .77 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติไคสแควร์และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พอยท์ ไบซีเรียล ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1 .ร้อยละ 62.2 ของผู้ป่วยโรคลมชักมีภาวะซึมเศร้า (X =18.62, SD=1.87) 2.การรับรู้ตราบาปมีความสัมพันธ์ทางบวกกับภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วยโรคลมชักอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (rpbis=.359) 3. การสนับสนุนทางสังคม( rpbis =-.211) และสมรรถนะแห่งตน( rpbis =-.405) มีสัมพันธ์ทางลบกับภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วยโรคลมชักอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. เพศ การจัดการตนเอง และความร่วมมือในการใช้ยา ไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วยโรคลมชักที่ระดับ .05
The purpose of this correlational research was to study depression and correlates of depression in patients with epilepsy including gender, social support, stigma, self-management, medication adherence and self-efficacy. The sample consisted of 90 epileptic patients both male and female who attended at epileptic clinic of King Chulalongkorn Memorial Hospital. The research instruments were: a demographic questionnaire, a social support questionnaire, a stigma questionnaire, a self-management questionnaire, a medication adherence questionnaire, a self-efficacy questionnaire, and a depression questionnaire. All instruments were tests for content validity by a panel of experts. The reliability of the instruments tested by Conbach’s Alpha were .83, .89, .78, .71, .89, and .77 respectively. Data were analyzed using mean, standard deviation, point biserial correlation, and Chi-square test. The major findings were as followed: 1.Most (62.2%) of the patients showed depression(X =18.62, SD=1.87) 2.Stigma (rpbis =.359) was positively significant related to depression at the level of .05 3.Social support(rpbis =-.211) and self-efficacy ( rpbis =-.405) were negatively significant related to depression at the level of .05 4.Gender, self-management, and medication adherence were not significantly related to depression at the level of .05.


ความซึมเศร้า ลมบ้าหมู ผู้ป่วย -- ความร่วมมือในการรักษา Depression Epilepsy Patient compliance



Location



Office of Academic Resources, Chulalongkorn University, Phayathai Rd. Pathumwan Bangkok 10330 Thailand

Contact Us

Tel. 0-2218-2929,
0-2218-2927 (Library Service)
0-2218-2903 (Administrative Division)
Fax. 0-2215-3617, 0-2218-2907

Social Network

  line

facebook   instragram