Office of Academic Resources
Chulalongkorn University
Chulalongkorn University

Home / Help

Titleความรับผิดในการประกอบธุรกิจโฆษณา / สุภรณ์ อรุณีวัฒนา = Liability in advertising business
Author Suporn Arooneewattana
Imprint 2536
Connect tohttp://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/24262
Descript [8], 205 แผ่น

SUMMARY

ผู้ประกอบธุรกิจโฆษณาประกอบด้วยบุคคลมากมายทั้งผู้โฆษณา (เจ้าของสินค้าหรือบริการ) ตัวแทนโฆษณาหรือเจ้าของสื่อโฆษณา บุคคลเหล่านี้สามารถเป็นผู้โฆษณาได้ทั้งสิ้น และโดยที่ในปัจจุบันวิชาชีพโฆษณาเป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญมาก ในระบบการค้าเสรี การโฆษณายังเป็นการจูงใจทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ ดังนั้นผู้บริโภคจึงอาจตกเป็นเหยื่อของผู้ประกอบการได้ ถ้าการโฆษณาไม่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมต่อสังคม กฎหมายถึงต้องเข้ามาควบคุมในเรื่องการโฆษณา จากการศึกษาวิจัยพบว่า กฎหมายเกี่ยวกับการโฆษณาในประเทศมีอยู่สองลักษณะคือ ทางเอกชนและทางมหาชน การควบคุมทั้งสองลักษณะนี้ทำให้ผู้โฆษณามีความรับผิดที่ต่างกันคือ ในทางเอกชนผู้โฆษณาจะรับผิดได้ทั้งในทางสัญญาและละเมิด ในทางสัญญาการจะรับผิดจะต้องพิจาณาก่อนว่าโฆษณาเช่นนั้นเป็นคำเสนอที่ก่อให้เกิดสัญญาหรือไม่ และในทางละเมิดก็จะต้องพิจารณาว่าผู้โฆษณาได้จงใจ หรือประมาทเลินเล่อในการโฆษณาจนทำให้เกิดการเสียหายขึ้นหรือไม่ ซึ่งผู้ที่จะเรียกร้องได้ในทางสัญญาก็มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นคู่สัญญาเท่านั้น ส่วนในทางละเมิดก็มีข้อจำกัดในเรื่องโจทก์จะต้องมีภาระการพิสูจน์ความจงใจ หรือประมาทเลินเล่อของจำเลย ซึ่งในส่วนนี้ผู้ที่รู้ดีที่สุดก็คือตัวจำเลยหรือผู้โฆษณานั่นเอง จึงถือเป็นภาระหนักแก่โจทก์ ส่วนในทางมหาชน ผู้โฆษณามีความรับผิดตามพระราชบัญญัติหลายฉบับที่มีบทบัญญัติควบคุมการโฆษณาไว้เป็นการเฉพาะ เช่น พระราชบัญญัติอาหาร ยา วัตถุอันตราย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่บัญญัติควบคุมการโฆษณาเป็นกรณีทั่วไปอีกฉบับหนึ่ง คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กฎหมายมหาชนเหล่านี้ได้มีบทบัญญัติถึงหน้าที่ของผู้โฆษณาไว้และมีบทลงโทษทางอาญาสำหรับผู้ฝ่าฝืน แต่มิได้บัญญัติโดยชัดแจ้งให้ผู้โฆษณาได้รู้และเข้าใจจากตัวบทกฎหมายได้ว่า โฆษณาที่ถูกต้องนั้นควรจะเป็นเช่นใด อีกทั้งการบังคับใช้กฎหมายโดยหน่วยงานของรัฐนั้นเป็นการตีความกฎหมายโดยใช้ดุลยพินิจทั้งสิ้น ซึ่งแม้แต่กฎหมายบางฉบับจะเปิดโอกาสให้ผู้โฆษณามีสิทธิอุทธรณ์ได้ แต่ผู้พิจารณาคำอุทธรณ์ก็คือ คณะกรรมการที่เป็นฝ่ายบริหารนั่นเอง การใช้ดุลยพินิจจึงขาดการตรวจสอบ และในด้านการควบคุมการโฆษณาโดยหน่วยงานของรัฐนั้น จะมีการควบคุมทั้งในด้านการขออนุมัติก่อนการโฆษณา (pre-censor) และแบบตรวจสอบ (post-censor) ซึ่งทั้งสองลักษณะจะต้องอาศัยกำลังคน ความรู้ ความชำนาญเฉพาะด้าน แต่ในปัจจุบันหน่วยงานของรัฐก็ยังขาดแคลนกำลังคน จึงไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอได้ ผู้เขียนจึงเห็นควรเสนอแนะให้มีการแก้ไขที่ต้นเหตุคือ การโฆษณาที่ออกมานั้นจะต้องออกมาโดยมีคุณภาพถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นจึงสมควรที่จะมีกฎหมายกำหนดคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพโฆษณาขั้น และกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพมีหน้าที่ในการใช้ความระมัดระวังในการประกอบวิชาชีพ ซึ่งกรณีนี้จะแก้ปัญหาภาระพิสูจน์ในคดีละเมิดโดยผู้เสียหายไม่ต้องพิสูจน์ความผิดอีกต่อไป เพราะกฎหมายดังกล่าวนี้ถือเป็นกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องผู้อื่น (ปพพ. ม. 422) หลังจากมีการกำหนดกฎหมายดังกล่าวแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่านักโฆษณาจะมีคุณภาพมากขึ้นจนถึงระดับที่จะจัดตั้งสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพโฆษณาได้ โดยให้ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบงานโฆษณา ผู้เขียนเชื่อว่าจะเป็นหนทางป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นจากการตีความโดยใช้ดุลยพินิจและการดำเนินงานล่าช้าของหน่วยงานของรัฐได้
Operators of advertising business consist of various persons, i.e., the owner of the product or service, advertising agency and media owner, and any of them may be the advertiser himself. At present, the advertising profession is very important. In the free trade system, advertising is also a form of inducement which will make the consumers decide to buy the product or service. Therefore, the consumers may become prey to the business operators if the advertisement is not based on fairness to the public as a whole. Therefore, it is reasonable that the advertising business must be controlled by law. Studies have shown that the laws relating to the advertising are of two natures which are private law and public law. Control of these two natures results that the advertiser has different liability under different laws. Under the private law the advertiser will be liable both on Contract and Tort. Under the Law of Contract, it has to be examined whether or not such advertisement constitutes an offer which would then create a contract and under the Law of Tort, it has to be examined whether or not such advertisement has been wilfully or negligently created by the advertiser to an extent that it causes the damages. Nevertheless, the plaintiff under the Law of Contract is under a restriction that he himself must be a party to such contract and the plaintiff under the Law of Tort is under a restriction that the burden of proving the defendant's wilfully or negligence rests on the plaintiff while the fact and information are on the defendant or the advertiser himself. Therefore, it is a difficult burden on the plaintiff. In respect of the public law, the advertiser is liable under several Acts which provide specific protection against advertising i.e. Food Act, Drugs Act, Hazardous Materials Act. Besides, there is the Consumer Protection Act enacted in B.E. 2522 governs the advertising in general. The public law has provided the duties of the advertiser and penal punishment for the violators. However, in these laws, there are no explicit provisions to make the advertiser aware and understand as to what advertisement should be. Moreover, the enforcement of the law by government agencies is all based on the interpretation through the exercising of discretion. Though several Acts give an opportunity of appeal to the advertiser. However, the board of appeal are the administrator appointed by the Government, therefore, there is no accountability at all. The government agencies control on advertising is ‘Pre-Censor’ and ‘Post-Censor‘ which require manpower, knowledge, expertise in such particular field. But they still lack manpower to perform the task efficiently. The Writer proposes that to solve the problem at its cause namely that any advertisement to be publicized must possess correct quality required by law. Therefore, it would be appropriate to have a law prescribing the qualification and the duty of care of the advertiser. In this case, the burden of proving wilfully or negligently in Tort would be eliminated and the party suffering damages would no longer be required to prove. Because the said act is the act to protect the others person. (422 CCC.) After an enactment of the said act, the writer is of opinion that the advertiser will be in the right tract, so that the advertiser association can be established to be a self-regulator for the advertisement activity. It is believe that, this would be an answer to the problem in the past concerning the interpretations and delay in procedure carried out by government agencies.


กฎหมายโฆษณา ละเมิด สัญญา การสื่อสารทางการตลาด

LOCATIONCALL#STATUS
Law Library : Thesis (4th Floor)K/TH 677 ส246ค 2536CHECK SHELVES

Chulalinet's Book Delivery Request




Location



Office of Academic Resources, Chulalongkorn University, Phayathai Rd. Pathumwan Bangkok 10330 Thailand

Contact Us

Tel. 0-2218-2929,
0-2218-2927 (Library Service)
0-2218-2903 (Administrative Division)
Fax. 0-2215-3617, 0-2218-2907

Social Network

  line

facebook   instragram