People Make the Place: Lukas Tschopp, OAR’s First Visiting Fellow (2025)

People Make the Place: Lukas Tschopp, OAR’s First Visiting Fellow (2025)


[Scroll down for the English version]

“ผมชื่อลูคัสครับ ผมรักการดื่มกาแฟ บางครั้งก็ผมก็ชอบผู้คนนะ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของวันน่ะครับ” (หัวเราะ)

เพียงแค่ประโยคแนะนำตัวสั้นๆ ก็พอจะเห็นความขี้เล่นอารมณ์ดีของคนพูดที่เปล่งประกายออกมา

ลูคัส ช็อปป์ (Lukas Tschopp) ข้ามน้ำข้ามทะเลจากบ้านเกิดที่สวิตเซอร์แลนด์มาเป็นเพื่อนร่วมงานกับชาวสำนักงานวิทยทรัพยากร (Office of Academic Resources- OAR) อยู่สองเดือนเต็มระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2568 ในฐานะ ผู้รับทุนวิชาการคนแรก ของโครงการ Chula-Global Library Visiting Fellowship Program 2025 ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญด้านห้องสมุดและสารสนเทศจากทั่วโลก เข้าร่วมทำโครงการวิชาการ ณ สำนักงานวิทยทรัพยากร โดยเปิดรับสมัครเป็นครั้งแรกในปีนี้

หัวข้อการศึกษา ‘AI Literacy Workshops for Southeast Asian Academic Libraries’ ของลูคัสพาให้เขาผ่านเข้ามาเป็น Fellow คนแรกและคนเดียวของโครงการฯ ท่ามกลางผู้สมัครกว่า 300 คนจากสถาบันการศึกษาทั่วโลก ด้วยหัวข้อซึ่งแม้จะดูเหมือนว่าได้รับความนิยมและถูกพูดถึงแพร่หลายในสังคม หากแท้จริงแล้ว “ความสามารถในการเข้าใจและใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์” ยังมีมิติและพื้นที่ให้เข้าไปทำการศึกษาได้อีกมากมาย

ขอบเขตการศึกษาประเด็น AI Literacy ของลูคัส อยู่ในบริบทสถาบันการศึกษาและห้องสมุดในสถาบันการศึกษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตั้งต้นจากการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของคน 3 กลุ่มในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก่อน ประกอบด้วย อาจารย์ นักวิจัย, นิสิต, และชาวห้องสมุด

“สำหรับผม AI Literacy ไม่ได้หมายถึงเพียงการรู้เท่าทัน AI เพียงเพราะว่าเป็น AI แต่คือการมองในภาพใหญ่กว่านั้น ซึ่งรวมถึงการรู้เท่าทันสารสนเทศด้วย (Information Literacy) ผมมองว่านี่คือหนึ่งในคุณค่าหลักที่ห้องสมุดสถาบันการศึกษาควรส่งเสริม และเป็นประเด็นที่เราควรให้ความสำคัญ”

.

ลูคัสบอกกับเราว่าช่วงแรกๆ ของโครงการ เขาและทีม OAR ทุ่มทั้งแรงและเวลาไปกับการสำรวจกลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่ม เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้เครื่องมือ AI ในบริบทของพวกเขา เช่น สำหรับกลุ่มอาจารย์หรือนักวิจัย พวกเขาคิดว่าเครื่องมือ AI สามารถช่วยในการทำวิจัยขั้นตอนไหนได้มากที่สุด หรือสำหรับกลุ่มนิสิต AI สำคัญหรือสามารถช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ได้หรือไม่และอย่างไร ไปจนถึงประเด็นข้อกังวลที่พวกเขามีต่อการใช้เครื่องมือ AI

“ผมดีใจมากที่เราสามารถทำได้มากกว่าที่คาดไว้ มีผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามมากถึง 140 คน”

.

เรื่องน่าประทับใจต่อมา ลูคัสบอกว่าค่อยๆ เกิดขึ้นในขั้นตอนของการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายที่มีทั้งแบบสัมภาษณ์ตัวต่อตัว และสัมภาษณ์ผ่านหน้าจอ “มันคือการเปิดพื้นที่ให้คนได้แชร์ความคิดของตัวเอง ทำให้เราเชื่อมโยงสิ่งที่ผู้คนเชื่อ รู้สึก หรือคิดเกี่ยวกับ Generative AI ได้จริงๆ ช่วยให้เข้าใจมากขึ้นว่าอะไรคือสิ่งที่ผู้คนกังวลเกี่ยวกับการใช้ AI และอะไรคือสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นโอกาสในการนำมาใช้ประโยชน์ในการเรียนและการทำงานได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นนำมาสู่ส่วนสำคัญก็คือการออกแบบเวิร์กช็อป AI Literacy สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่ม คือ อาจารย์ นิสิต และผู้ปฏิบัติงานห้องสมุด”

.

เวิร์กช็อปที่ลูคัสพูดถึงมีทั้งหมด 3 ครั้ง แบ่งตามกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1. Practice Ethics for Teaching with AI: Bias, Data Gaps, Privacy สำหรับอาจารย์ 2. Critical AI Use in Libraries: Bias, Data Coverage & Privacy สำหรับผู้ปฏิบัติงานห้องสมุด และ 3. AI Tools to Support Your Literature Search สำหรับนิสิตจุฬาฯ

แน่นอนว่าเนื้อหาของเวิร์กช็อปต่างกันไปตามบริบทการใช้งาน AI ของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย แต่วัตถุประสงค์ที่เหมือนกันคือการเสริมสร้างศักยภาพและความสามารถที่จะเข้าใจ ใช้งาน และคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณเกี่ยวกับการใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ โดยเน้น 3 ประเด็นหลัก คือ 1. อคติ (Bias) 2. ความครอบคลุมของข้อมูล (Data coverage gaps) และ 3. ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว (Privacy risks)


ข้อมูลที่ถูกใช้เพื่อพัฒนา AI นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เจืออคติ (Bias) ได้อย่างไรบ้าง? เป็นคำถามที่ชวนผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปขบคิด เป็นเพราะแหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ที่ใช้สอน AI เป็นภาษาอังกฤษหรือสะท้อนมุมมองของโลกตะวันตกเป็นหลักหรือเปล่า? ทำให้ความรู้จากภูมิภาคอื่น เช่น แอฟริกาและอาเซียน ถูกนำเสนออย่างจำกัด แล้วประเด็นความครอบคลุมของข้อมูลล่ะ (Data Coverage) แน่ใจได้อย่างไรว่า AI ได้เรียนรู้ข้อมูลครบถ้วนรอบด้าน ถ้ารู้ไม่หมด แล้วข้อมูลที่ประมวลผลออกมาให้เราจะบิดเบือนไปจากความเป็นจริงหรือไม่นะ? และในขณะเดียวกัน การที่ AI เก็บรวบรวมพฤติกรรมของผู้ใช้ เช่น คำค้น ความสนใจ หรือความเชื่อ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและการชักจูงทางข้อมูล (เช่น การโฆษณาเฉพาะกลุ่มหรือการสื่อสารแบบเฉพาะเจาะจง) หรือไม่อย่างไร

“ฟีดแบคที่ผมได้รับทั้งจากการสัมภาษณ์และเวิร์กช็อปหลายๆ ข้อมันน่าสนใจมากสำหรับผม หากเราจะคุยกันเรื่อง AI ทั่วๆ ไป เราพูดกันได้ทั้งวันแหละ แต่ถ้าเราพูดกันในประเด็นที่ว่า “คุณใช้งานมันอย่างไร” เราจะได้คำตอบจากแต่ละคนต่างกันออกไป มีคำตอบที่ผมได้รับจากนิสิตปริญญาโทคนนึง เธอบอกว่าสำหรับเธอแล้ว Generative AI กลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ทั้งในฐานะผู้ช่วยวิจัย และผู้ช่วยสอน เธอใช้มันสำหรับค้นหาไอเดีย ระดมสมอง รวมไปถึงจัดระเบียบข้อมูล ในขณะที่อาจารย์อีกคนบอกว่า AI ทำให้เราคิดน้อยลง ใช้สมองน้อยลง และในที่สุดแล้วมันจะสร้างปัญหาให้เด็กๆ ของเรา รวมถึงตัวเราในอนาคตด้วย

ความคิดเห็นเหล่านี้คือข้อมูลสำคัญ ซึ่งจะเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ตามเวลา ตามสังคม และตามความต้องการของคน ดังนั้นการออกแบบเวิร์กช็อปเพื่อส่งเสริมเรื่อง AI Literacy มันคือวงจรต่อเนื่องที่ไม่รู้จบ สิ่งที่ผมกับทีม OAR ร่วมกันทำในครั้งนี้เป็นเพียงโครงการนำร่อง เรามีข้อมูลบางส่วน เรารู้แนวทางของการทำเวิร์กช็อปแล้ว นี่คือจุดตั้งต้นให้เราไปพัฒนาต่อไป”

.

“โครงการความร่วมมือแบบนี้ของ OAR มีประโยชน์มากสำหรับคนทำงานห้องสมุดนะครับ ผมเชื่อว่าห้องสมุดหรือสถาบันอุดมศึกษาไม่ว่าจะที่ไหนๆ แม้พวกเราจะมีจุดที่ต่างกันไปบ้างในบางประเด็น แต่เราก็มีพื้นฐานร่วมกันหลายอย่าง เช่น ปัญหาด้านงบประมาณ หรือแม้แต่คำถามที่ว่า ‘พวกเราจะทำอะไรได้บ้างภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่’ การได้แลกเปลี่ยนและทำงานร่วมกัน ช่วยกันหาทางออก จึงเป็นแนวทางที่ดีที่แต่ละที่สามารถนำกลับไปปรับใช้ในบริบทของตัวเองได้”

.

เมื่อเอ่ยถามลูคัสถึงชีวิตร่วมสองเดือนที่ร่วมงานกับ OAR เขาอมยิ้มและบอกกับเราว่า “มันก็มีทั้งช่วงที่ราบรื่นและช่วงที่มีความท้าทาย ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา เป็นธรรมชาติของการทำงานที่ค่อย ๆ พัฒนาไปตามเวลา แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญจริงๆ สำหรับผม คือเราได้มีโอกาสเชื่อมต่อและทำความรู้จักกัน ผู้คนคือสิ่งที่ทำให้สถานที่นั้นๆ มีความหมาย แม้ว่าเราจะอยู่ในบริบทของการทำงาน แต่ทุกคนให้การต้อนรับผมอย่างอบอุ่น”


“รู้อะไรมั้ยครับ นอกจากเรื่องงานแล้ว ผมยังได้เรียนรู้อะไรอีกหลายอย่าง เช่น เรื่องภาษา ประโยคภาษาไทยที่สำคัญมากตลอด 2 เดือนที่นี่ของผมคือ ‘ข้าวน้อย’ ครับ (หัวเราะ)


“ตอนที่มาถึงแรกๆ ผมกินข้าวที่พี่คนตักอาหารในโรงอาหารตักให้ไม่หมด ผมเลยพยายามเรียนภาษาไทยเพื่อที่จะบอกพี่ๆ เขาได้ว่าผมขอข้าวน้อยๆ ก็พอ ซึ่งมันได้ผลมาก เพราะหลังจากนั้นพี่ๆ ที่โรงอาหารพอเขาเห็นผม เขาก็ตักข้าวให้น้อยลงเลยครับ (ยิ้ม) ผมอยากจะขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือและความใจดีที่ทุกคนมีให้ ผมมีความสุขทุกช่วงเวลาของการเป็น fellow ที่นี่ครับ” (ยิ้ม)


.


Lukas Tschopp, a liaison librarian and researcher from Zurich University Library, Switzerland, joined the Office of Academic Resources (OAR), Chulalongkorn University, as the first visiting fellow of the inaugural Chula-Global Library Visiting Fellowship Program 2025.


Over two months (June–July 2025), Lukas collaborated closely with the OAR team on a research and practice-based project titled:

.


“AI Literacy Workshops for Southeast Asian Academic Libraries.”


Lukas’s project aimed to explore how generative AI tools are perceived and used by three key user groups at Chulalongkorn University: faculty and researchers, students, and academic library professionals


Through a combination of surveys (with over 140 responses) and in-depth interviews, the project examined both opportunities and concerns associated with AI usage in academic contexts. The survey questions focused on how Generative AI could support various stages of the research, working, and learning process.


Beyond technical applications, the project also addressed ethical concerns—particularly around bias, data coverage gaps, and privacy risks—and explored how Generative AI may reshape the concept and practice of information literacy in academic libraries.


Workshop Series

Based on research findings, Lukas and the OAR team co-designed and delivered three tailored AI Literacy workshops, each focusing on a specific audience group:

“Practical Ethics for Teaching with AI” (Faculty)

“Critical AI Use in Libraries” (Library Staff)

“AI Tools to Support Your Literature Search” (Students)


These workshops emphasized critical thinking about AI rather than tool usage alone, inviting participants to consider how generative AI reflects—or distorts—existing knowledge structures. Topics like algorithmic bias, incomplete data, and social profiling were discussed interactively through case studies and group reflections.

.
Beyond the Project


Lukas also reflected on the importance of human connection throughout his stay “The thing that stands out to me at the very end is that it's about the people. Because I think it's the people who make the place.”

Whether learning Thai to order “less rice” at the canteen, or building bonds with colleagues across departments, Lukas’s fellowship became a warm cultural exchange as much as a scholarly experience.

His work laid the foundation for future AI literacy initiatives at OAR—and marked the beginning of a global program that brings new perspectives, ideas, and friendships into the heart of Chula’s academic library.

ภาพกิจกรรมเพิ่มเติม // more pictures
People Make the Place: Lukas Tschopp, OAR’s First Visiting Fellow (2025)
People Make the Place: Lukas Tschopp, OAR’s First Visiting Fellow (2025)
People Make the Place: Lukas Tschopp, OAR’s First Visiting Fellow (2025)
People Make the Place: Lukas Tschopp, OAR’s First Visiting Fellow (2025)
People Make the Place: Lukas Tschopp, OAR’s First Visiting Fellow (2025)

updated by Tinnakorn Chatchaval

views 412