สำนักงานวิทยทรัพยากร หอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Cookie Banner Test

เว็บไซต์วิทยทรัพยากรมีการใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ ท่านสามารถตั้งค่าได้ที่

การตั้งค่าคุกกี้

คุกกี้ที่จำเป็น

คุกกี้ดังกล่าวจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์และไม่สามารถปิดได้ ซึ่งประกอบด้วยคุกกี้ด้านความปลอดภัยและคุกกี้สำหรับจดจำการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของท่าน

คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์

คุกกี้ดังกล่าวช่วยให้สำนักงานวิทยทรัพยากรรับทราบถึงการเข้าใช้งาน ซึ่งตรวจสอบผ่าน Google Analytics โดยข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บรวบรวมแบบไม่ระบุตัวตน หากท่านไม่อนุญาต การปิดคุกกี้ดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการเข้าใช้งานเว็บไซต์ อ่าน Cookie Policy



15 กันยายน 2569

ชีวิต เงินเดือน ฉากหลังการทำงานในฐานะข้าราชการของศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี

รำลึก 134 ปีชาตกาล พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ และ หอประติมากรรมต้นแบบ เปิดเข้าชมเป็นกรณีพิเศษ ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569

เงินเดือน 800 บาท พร้อมค่าเช่าบ้านอีก 80 บาท คือรายได้ต่อเดือนที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากรได้รับมาตั้งแต่เริ่มรับราชการในกรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ. 2466 ถึง พ.ศ. 2489 โดยไม่เคยได้รับการปรับขึ้นเลยแม้แต่บาทเดียวนานกว่า 23 ปี ภาวะเงินเฟ้อและความยากลำบากในการดำรงชีวิต ทำให้ท่านเกือบได้เปลี่ยนไปรับตำแหน่งอาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเกือบตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเพื่อเดินทางกลับประเทศอิตาลีเป็นการถาวร
.
จาก “คอร์ราโด เฟโรชี” สู่บิดาผู้วางรากฐานศิลปะสมัยใหม่ของไทย
ศาสตราจารย์คอร์ราโด เฟโรชี (Corrado Feroci) เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2435 เป็นศิลปินชาวอิตาลีผู้มีฝีมือโดดเด่น มีอัจฉริยภาพทางศิลปะมาตั้งแต่เยาว์วัยจนสามารถเข้าศึกษาที่สถาบันวิจิตรศิลป์แห่งเมืองฟลอเรนซ์ได้ตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี และเป็นอาจารย์ประจำสถาบันในเวลาต่อมา
.
ต่อมาเมื่อพ.ศ. 2466 ขณะอายุได้ 31 ปี ท่านได้รับการว่าจ้างจากรัฐบาลไทยให้มารับราชการในตำแหน่ง "ปติมากร" กรมศิลปากร ศาสตราจารย์เฟโรชีได้สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมรูปเหมือนบุคคลสำคัญไว้มากมาย ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดศิลปะสมัยใหม่ ในยุคที่วงการศิลปะไทยยังยึดถืออยู่กับขนบเดิมๆ ด้วยความมุ่งหวังให้ศิลปินมีบทบาทและเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคม
.
นอกจากนี้ ศาสตราจารย์เฟโรชียังมีผลงานสำคัญคือการก่อตั้งโรงเรียนศิลปากรขึ้นใน พ.ศ. 2477 ซึ่งได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากรใน พ.ศ. 2486 โดยท่านดำรงตำแหน่งคณบดี จัดการเรียนการสอน เป็นอาจารย์และช่างปั้น รวมถึงแต่งตำราและบทความวิชาการ เพื่อวางรากฐานการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทย
.
ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี “บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย” นิทรรศการ “100 ปี ศิลปสู่สยาม สุนทรียศิลปแห่งนวสมัย” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี
(ภาพจากบทความ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี “บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย”
นิทรรศการ “100 ปี ศิลปสู่สยาม สุนทรียศิลปแห่งนวสมัย” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี : www.thailibrary.in.th)

.
มรสุมสงครามโลกและการโอนสัญชาติ
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อิตาลีซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำฝ่ายอักษะ ได้ลงนามสงบศึกกับฝ่ายสัมพันธมิตรเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2486 ผลจากเหตุการณ์นี้ทำให้ชาวอิตาเลียนในไทยตกอยู่ในฐานะเชลยศึก ไม่เว้นแม้แต่ศาสตราจารย์เฟโรชี
.
รัฐบาลไทยจึงเจรจาทางการทูตขอควบคุมตัวท่านไว้เองแทนที่จะปล่อยให้กองทัพญี่ปุ่นจัดการ จากนั้นได้มอบหมายให้หลวงวิจิตรวาทการดำเนินเรื่องโอนสัญชาติของศาสตราจารย์เฟโรชีจากอิตาเลียนมาเป็นไทย พร้อมตั้งชื่อและนามสกุลใหม่ให้พ้องเสียงกับชื่อเดิม C. Feroci กลายเป็น ‘สิลป พีระสรี’ เมื่อ พ.ศ. 2487 ก่อนจะปรับการสะกดเป็น ‘ศิลป พีระศรี’ ในปีถัดมา
.
ส่วนการสะกดที่ใช้กันในปัจจุบัน ‘ศิลป์ พีระศรี’ เป็นข้อสรุปเมื่อ พ.ศ. 2534 ในช่วงเตรียมงานฉลอง 100 ปีชาตกาล ที่ประชุมคณบดีมหาวิทยาลัยศิลปากรได้นำประเด็นเรื่องชื่อที่ถูกต้องขึ้นหารือร่วมกันถึง 3 ครั้ง จนได้ข้อยุติเป็นการสะกดที่ใช้สืบต่อกันมาถึงทุกวันนี้
วิกฤตค่าครองชีพและการตัดสินใจกลับบ้านเกิด
ในช่วงหลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 ศาสตราจารย์ศิลป์ต้องเผชิญความยากลำบากอย่างหนักจากภาวะเงินเฟ้อ ท่านยังคงได้รับค่าจ้างเดือนละ 800 บาท และค่าเช่าบ้าน 80 บาทเท่าเดิมมาตลอด 23 ปี นับตั้งแต่เริ่มรับราชการเมื่อ พ.ศ. 2466 ท่านจึงทำบันทึกถึงพระยาอนุมานราชธน อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้น เพื่อขอปรับขึ้นเงินเดือน
.
โดยปกติศาสตราจารย์ศิลป์เป็นคนสมถะ ทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงานเพื่อความเจริญงอกงามทางศิลปะมากกว่าการแสวงหาความสุขส่วนตัว ท่านจึงไม่เคยเรียกร้องขอเพิ่มเงินเดือนเลยหากไม่เดือดร้อนจนถึงที่สุด ดังความตอนหนึ่งในบันทึกว่า

ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี “บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย” นิทรรศการ “100 ปี ศิลปสู่สยาม สุนทรียศิลปแห่งนวสมัย” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี
(ภาพจากบทความ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี “บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย”
นิทรรศการ “100 ปี ศิลปสู่สยาม สุนทรียศิลปแห่งนวสมัย” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี : www.thailibrary.in.th)
.
“...รายได้ที่ข้าพเจ้าได้รับอยู่นี้ไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงชีวิตไปได้พอสมควร...ครั้นจะทำงานพิเศษเป็นส่วนตัว เพื่อเพิ่มพูนรายได้ของตน ข้าพเจ้าก็มีความเคารพต่อราชการ รู้สึกละอายที่เป็นข้าราชการไปแสวงหารายได้ภายนอก ข้าพเจ้าไม่อาจทำลงได้...สำหรับการทำงานของข้าพเจ้านั้น...ข้าพเจ้าพยายามเสมอที่จะไม่ให้มีการลาหยุด ลาป่วย และส่วนมาก ข้าพเจ้ามาทำงานแต่เช้าถึงค่ำ ตลอดวันข้าพเจ้าไม่ได้หยุดว่างเลย ทั้งทำงานช่างปั้นและการสอนนักเรียนช่าง ข้าพเจ้าได้ทุ่มเทกำลังแรง กำลังความคิดทั้งหมดให้แก่ราชการ เพราะข้าพเจ้ามีความรักและมีเจตนาที่จะให้ประเทศไทยผู้ซึ่งมีพระคุณต่อข้าพเจ้า ได้เจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง ”
.
แม้กรมศิลปากรจะเห็นใจและเข้าใจความเดือดร้อน แต่ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ไม่สามารถหางบประมาณมาปรับเพิ่มให้ได้ กระทั่ง พ.ศ. 2492 ศาสตราจารย์ศิลป์ได้ยื่นเรื่องขอปรับขึ้นเงินเดือนอีกครั้ง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าหากครั้งนี้ไม่สำเร็จ ท่านคงตัดสินใจกลับอิตาลีอย่างแน่นอน
.
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล รักษาการอธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้นพยายามหาทางออก โดยขอให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยช่วยรับศาสตราจารย์ศิลป์เข้าทำงานเป็นอาจารย์ในอัตราเงินเดือน 5,000 บาท ซึ่งทางจุฬาฯ ตกลงรับข้อเสนอ แต่เมื่อคำนวณหักภาษีและค่าเช่าบ้านแล้ว เงินคงเหลือจริงก็ยังไม่ถึงห้าพันบาทตามที่ตั้งไว้ ศาสตราจารย์ศิลป์จึงตัดสินใจยื่นใบลาพักผ่อนเพื่อเดินทางกลับอิตาลี
.
การยื้อตัวช่างศิลป์เอกของแผ่นดิน
จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มีคำสั่งให้กรมศิลปากรพยายามชักจูงศาสตราจารย์ศิลป์ไว้ และหากยังไม่สามารถหาอัตราเงินเดือนที่เหมาะสมได้ก็ควรให้ลาพักราชการเป็นเวลา 9 เดือน ตามสัญญาไปก่อน
.
ความกังวลต่อการสูญเสียบุคลากรคนสำคัญในครั้งนั้น ปรากฏชัดในบันทึกของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล รักษาราชการแทนอธิบดีกรมศิลปากร ถึงเลขานุการคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2492 ความตอนหนึ่งว่า
.
“...การลานี้กระทำได้ตามเงื่อนไขในสัญญาจ้าง แต่การที่นายศิลป พีระศรี ลาครั้งนี้เป็นที่หนักใจของข้าพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าย่อมหมายถึงการที่จะลาออกด้วยของนายศิลป พีระศรี ผู้ซึ่งเป็นหัวแรงของกรมศิลปากร และของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยที่ ...นายศิลป เป็นผู้ที่มีความขยันรักงาน ทำงานไม่ขาด และมาก่อนเวลา กลับหลังเวลา เป็นหลักและเป็นตัวอย่างอันดีงามให้ข้าราชการใต้ปกครองได้เห็น
...หากจะปล่อยให้นายศิลปลาออกไปแล้ว...เราจะหาผู้ที่มีความสามารถในศิลปะ จิตรกรรมและ
ประติมากรรมภายในประเทศไทยในอันดับนี้ไม่ได้...”
.
รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญและประโยชน์ที่จะเกิดแก่การศึกษาของเยาวชนไทย จึงอนุมัติปรับอัตราเงินเดือนการจ้างชาวต่างประเทศในฐานะผู้เชี่ยวชาญขึ้นใหม่เพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพตามสมควร ซึ่งศาสตราจารย์ศิลป์ก็ตอบรับข้อเสนอและเดินทางกลับมารับราชการในประเทศไทยอีกครั้ง
.
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ทุ่มเทชีวิตให้แก่การทำงานเรื่อยมาจนกระทั่งมีอายุเกือบ 70 ปี ทั้งการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรม การสอนศิลปะที่มหาวิทยาลัยศิลปากร รวมถึงการศึกษาค้นคว้าเรื่องศิลปะไทย ผลิตผลงานวิชาการ จนกระทั่งท่านต้องเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ที่โรงพยาบาลศิริราช และถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505
.
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้ทำให้เห็นถึงความหมายของคำว่า “ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” (Ars longa, vita brevis) อย่างแท้จริง เพราะสิ่งที่ท่านสร้างสรรค์ไว้ด้วยความตั้งใจนั้นยั่งยืนกว่าอายุขัย แม้ปัจจุบันท่านจะล่วงลับไปแล้ว แต่ผลงานและอุดมการณ์ของท่านยังคงยืนหยัดอยู่ในสังคมไทยเสมอ
.
.
รำลึก 134 ปีชาตกาล พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ และ หอประติมากรรมต้นแบบ เปิดเข้าชมเป็นกรณีพิเศษ ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569

รำลึก 134 ปีชาตกาล พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ และ หอประติมากรรมต้นแบบ เปิดเข้าชมเป็นกรณีพิเศษ ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569
.
????ที่มา:
วิบูลย์ ลี้สุวรรณ (2538). ชีวิตและงานของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี (The Life and works of Silpa Bhirasri). บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซิทก้า.
Call No. [TAIC] 54246 https://library.car.chula.ac.th/record=b1482750
ภาพจากบทความศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี “บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย” สืบค้นจาก : https://www.thailibrary.in.th/
ภาพจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ เปิดให้เข้าชมในกิจกรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569

ชวนอ่านหนังสือหายาก รำลึก 134 ปีชาตกาล พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ และ หอประติมากรรมต้นแบบ เปิดเข้าชมเป็นกรณีพิเศษ ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569
.
????ชวนอ่าน
1.ศิลปสงเคราะห์ หรือ ปทานุกรมศัพท์ฉะเพาะเกี่ยวกับศิลปตะวันตก / ของ นายศิลป พีระศรี (ซี. เฟโรจี) พระยาอนุมานราชธน แปล > https://library.car.chula.ac.th/record=b2305491
2.บทความเรื่องศิลปะ ของ ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี > https://library.car.chula.ac.th/record=b2315839
3.คุณค่าของจิตรกรรมฝาผนัง โดย ศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี กรมศิลปากร จัดพิมพ์ถวายพระภิกษุและสามเณรซึ่งมาชมหอศิลปและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในเทศากาลเข้าพรรษา พ.ศ. 2502 (E-Book: https://digiverse.chula.ac.th/Info/item/dc:3075 )
4.ทฤษฎีแห่งองค์ประกอบ โดย ศิลป พีระศรี > https://library.car.chula.ac.th/record=b1331678
5.ประติมากรรมไทย ของศิลป์ พีระศรี ; พระยาอนุมานราชธน, แปล (E-Book: https://digiverse.chula.ac.th/Info/item/dc:87768 )
6.ประวัติศาสตร์และแบบอย่างศิลปะโดยสังเขป ( A bare outline of history and styles of art ) โดย ศิลป์ พีระศรี ; แปล และเรียบเรียงโดย เขียน ยิ้มศิริ > https://library.car.chula.ac.th/record=b1754545
7.ร้อยเรื่องอันเนื่องจากคิดถึง อาจารย์ศิลป์ พีระศรี โดย วิจิตร อภิชาติเกรียงไกร > https://library.car.chula.ac.th/record=b2407747
.
คำสำคัญ
ศิลป์พีระศรี, Silpa Bhirasri, มหาวิทยาลัยศิลปากร, Silpakorn University


เรียบเรียง: ปัทมา เจริญกรกิจ เจ้าหน้าที่บริการสารสนเทศ
สืบค้นภาพประกอบ และถ่ายภาพ: ธนธัส วิทยากรณ์ เจ้าหน้าที่บริการสารสนเทศ

views 34