5 พฤษภาคม 2569
พาอ่านบทความใน National Geographic ฉบับเดือนธันวาคม 1965 ที่ทำให้โลกต้องกลับมาถามตัวเองว่า “มนุษย์คืออะไร”

นิตยสาร National Geographic ฉบับเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 1965 ไม่ได้เป็นเพียงบันทึกการสำรวจธรรมชาติทั่วไป แต่มีบทความซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนความเข้าใจใน ประวัติศาสตร์มานุษยวิทยา ไปอย่างสิ้นเชิง
.
วันนี้ TAIC จะพาทุกคนไปอ่านบทความเรื่อง ‘New Discoveries Among Africa’s Chimpanzees’ ของ Jane Goodall เพื่อดูว่าเหตุใดการสังเกตชิมแปนซี ในป่ากอมเบ จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้เราต้องหันมาทบทวนนิยามของมนุษย์ใหม่อีกครั้ง
1.นักสร้างเครื่องมือ
ในอดีต รากฐานทางทฤษฎีมานุษยวิทยาที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดแนวคิดหนึ่งมาจากงานเขียนของ Kenneth P. Oakley (1950) ในหนังสือ “Man the Tool-Maker” ซึ่งเขาได้พยายามจำแนกความแตกต่างระหว่างมนุษย์และสัตว์ไว้ว่า
"Man is a social animal, distinguished by 'culture': by the ability to make tools and communicate ideas."
(มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่โดดเด่นด้วย 'วัฒนธรรม' นั่นคือความสามารถในการสร้างเครื่องมือและสื่อสารทางความคิด)
Oakley ได้วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างลิง (Ape) และมนุษย์ในเชิงหน้าที่ (Functional basis) โดยชี้ให้เห็นว่าแม้ลิงจะมีความฉลาดในการรู้จักประยุกต์ใช้สิ่งของรอบตัว แต่มักจะเป็นไปเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อรางวัลที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น
"Apes are thus evidently capable of improvising tools. But it is important to note that the improvisations... were carried out with a visible reward as incentive."
(เห็นได้ชัดว่าลิงมีความสามารถในการประยุกต์ใช้เครื่องมือ แต่จุดสำคัญที่ต้องสังเกตคือการประยุกต์ใช้เหล่านั้น... กระทำโดยมีรางวัลที่มองเห็นได้เป็นสิ่งจูงใจ)
ทว่า Jane Goodall ได้นำเสนอหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สั่นสะเทือนความเชื่อนี้อย่างสิ้นเชิงผ่านการสังเกตพฤติกรรมของชิมแปนซีในป่ากอมเบ โดยเฉพาะทักษะการเป็น "นักตกปลวก" (Termite anglers) ที่พวกมันรู้จักเลือกใช้ก้านหญ้า กิ่งไม้ หรือเถาวัลย์มาเป็นอุปกรณ์ในการหาอาหาร
“Back in 1960 I discovered that the Gombe chimps use grass stalks, twigs, and sticks as primitive tools for feeding on termites and ants.”
พฤติกรรมนี้ไม่ใช่แค่การหยิบสิ่งของมาใช้โดยบังเอิญ แต่มีความละเอียดอ่อนในการเตรียมอุปกรณ์ เช่น การรู้จักเลือกวัสดุและการเด็ดใบไม้ออก เพื่อสร้างเป็นอุปกรณ์ใหม่นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดทักษะผ่านสังคม เช่น ชิมแปนซีตัวน้อยอย่าง Fifi ที่เฝ้าสังเกตและเลียนแบบแม่ของเธอ (Flo) ตั้งแต่การแหย่ก้านหญ้า (Prodding) ไปจนถึงการเม้มกินแมลงอย่างชำนาญ
นอกจากกรณีการตกปลวกแล้ว ยังมีการค้นพบที่น่าทึ่งจากชิมแปนซีตัวอื่นๆ เช่น:
- การสร้าง "ฟองน้ำ" เพื่อดื่มน้ำ: กรณีของชิมแปนซี Evered ที่นำใบไม้มาเคี้ยวจนเป็นก้อนขยำ (Crumpled mass) แล้วใช้นิ้วคีบจุ่มลงในโพรงไม้ที่มีน้ำขังเพื่อซับน้ำขึ้นมาดื่ม ซึ่งการดัดแปลงวัตถุธรรมชาติให้เหมาะกับการใช้งานเฉพาะเช่นนี้ถือเป็นการสร้างเครื่องมือใหม่
- การใช้ใบไม้ทำความสะอาด: ชิมแปนซีใช้ใบไม้เช็ดทำความสะอาดร่างกายจากสิ่งสกปรก เช่น โคลน เลือด หรือคราบอาหาร
- การใช้หินและไม้ประกอบการแสดงพฤติกรรม: พวกมันใช้กิ่งไม้หรือก้อนหินเพื่อเพิ่มความตื่นเต้นในการแสดงอำนาจ (Excitement displays)
Goodall กล่าวสรุปว่า แม้ในวงการวิทยาศาสตร์จะยังคงมีการถกเถียงกันว่ามนุษย์ยุคแรกเริ่มใช้พิจารณาวัตถุเป็น "เครื่องมือ" หรือ "อาวุธ" ก่อนกัน แต่พฤติกรรมของชิมแปนซีเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พวกมันมีพัฒนาการในระดับสูงในการรู้จักเลือกและจัดการวัตถุรอบตัวมาใช้เป็นเครื่องมือ แม้จะพบการนำวัตถุมาใช้เป็นอาวุธน้อยครั้งก็ตาม
2.ความเป็นบุคคล
Jane Goodall ได้ปฏิวัติวงการมานุษยวิทยาด้วยการมองสัตว์ป่าในฐานะ "บุคคล" (Individualities) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เธอพิสูจน์ให้เห็นว่าชิมแปนซีแต่ละตัวมีใบหน้า นิสัย และกิริยาท่าทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จนเธอสามารถตั้งชื่อให้พวกมันได้
ตัวอย่างชิมแปนซีที่ Jane ตั้งชื่อให้
- Mr. McGregor: ชิมแปนซีตัวผู้ที่มีลักษณะไหล่ห่อ (Bald-shouldered) เขามักจะเข้ามาสำรวจเพื่อหาเศษผิวหนังแห้งหรือเมล็ดหญ้าบนเส้นผมของ Dr. Leakey (นักมานุษยวิทยาผู้เป็นที่ปรึกษาของ Jane) อย่างเป็นกันเอง
- Flo: แม่ลิงอาวุโส แม้ Jane จะบรรยายว่าเธอหน้าตาไม่สวยงาม มีฟันที่สึกกร่อนจนถึงเหงือก มีจมูกที่ผิดรูป และหูแหว่ง แต่ Flo กลับเป็นชิมแปนซีที่ได้รับความนิยม (popular) ที่สุดในกลุ่ม
- Figan & Fifi: Figan พี่ชายวัย 7 ขวบผู้เฉลียวฉลาดและจอมซน และ Fifi พี่สาววัย 4 ขวบครึ่งที่เริ่มเรียนรู้วิธีการเลี้ยงน้องผ่านการเฝ้าสังเกตแม่
- Flint: น้องเล็กวัยเพียง 1 ขวบ ซึ่งการลืมตาดูโลกของ Flint คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Jane ต้องรีบเดินทางจากอังกฤษเพื่อกลับมาศึกษาพัฒนาการของลิงชิมแปนซีวัยอ่อนในธรรมชาติ
นอกจากนี้ Jane ยังพบว่าชิมแปนซีมักจะเล่นกับลูกลิงบาบูน แต่ในขณะเดียวกัน หากมีโอกาส พวกมันก็สามารถล่าบาบูนตัวเล็ก ๆ หรือสัตว์อื่น เช่น ลูกหมูป่าแอฟริกา (Bushpig) และบุชบัก (Bushbuck) เพื่อเป็นอาหารได้ สะท้อนให้เห็นว่าในสังคมของชิมแปนซีมีความทับซ้อนกันระหว่างสัญชาตญาณสัตว์ป่าและการแสดงออกทางอารมณ์ที่ซับซ้อน
ความจริงอีกด้านหนึ่งที่ Jane พบคือความเปราะบางของธรรมชาติ เธอได้บันทึกถึงเหตุการณ์สะเทือนใจอย่าง "Tragedy Befalls Mandy’s Baby" ซึ่งเป็นเรื่องราวของชิมแปนซีแม่ลูกอ่อนชื่อ Mandy โดยลูกน้อยของเธอมีอาการเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถยึดเกาะตัวแม่ได้ตามปกติ แม้ Mandy จะเป็นแม่ที่คอยระแวดระวังและพยายามประคองลูกไว้อย่างเต็มที่ แต่เธอกลับเผชิญกับข้อจำกัดทางสัญชาตญาณที่ไม่สามารถหาวิธี "แก้ปัญหา" ที่ยุ่งยากเพื่อยื้อชีวิตลูกน้อยเอาไว้ได้
3. พลังของการกอด
ในโลกของชิมแปนซี "การสัมผัส" ไม่ใช่แค่การถูกเนื้อต้องตัว แต่เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังในการรักษาความสงบและกระชับมิตรภาพภายในฝูง
- การทักทายและการแสดงความยินดี: เมื่อสมาชิกที่แยกย้ายกันไปกลับมาเจอกันอีกครั้ง พวกมันจะแสดงความดีใจด้วยการเข้ามากอด (Embrace) จูบ (Kiss) หรือจับมือกันอย่างอบอุ่น
- การปลอบ: เมื่อรู้สึกกลัวหรือกังวล ชิมแปนซีจะเอื้อมมือไปแตะสมาชิกตัวอื่นเพื่อขอความมั่นใจและการยืนยันว่าพวกมัน "ไม่ได้อยู่ลำพัง"
- การไซ้ขน (Mutual Grooming): การหาเห็บหมัดให้กันไม่ใช่แค่เรื่องของสุขอนามัย แต่คือพฤติกรรมทางสังคมที่สำคัญที่สุด เพื่อลดความขัดแย้งและสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นในฝูง
The Calming Touch
Jane ได้บรรยายถึงความละเอียดอ่อนของภาษากายผ่านภาพถ่ายของ Melissa และ Faben เมื่อ Melissa (แม่ลิง) รู้สึกไม่ปลอดภัยต่อลูกน้อยของเธอ เธอได้ยื่นมือออกไปในท่าทางที่เรียกว่า "Supplication" หรือการร้องขอการยืนยันจากตัวผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า และ Faben ก็ตอบรับด้วยการวางมือลงบนมือของเธอเบา ๆ ซึ่ง Jane นิยามสัมผัสนี้ว่าเป็น "The traditional calming touch" หรือสัมผัสแห่งความสงบที่ช่วยคลายความกังวลใจได้อย่างปลิดทิ้ง
.
วินาทีที่กำแพงระหว่างสายพันธุ์พังทลายลง
ในช่วงท้ายของบทความ Jane ได้ถ่ายทอดความทรงจำที่น่าประทับใจที่สุด เมื่อเธอพยายามส่งมอบ "มิตรภาพ" ให้กับ David Greybeard ชิมแปนซีตัวแรกที่ยอมรับในตัวเธอ ในจังหวะที่เธอยื่นผลปาล์มสุกให้ด้วยฝ่ามือ แม้ David จะไม่ได้มีท่าทีสนใจผลไม้นั้น แต่สิ่งที่เขาทำกลับเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนโลกทัศน์ของเธอไปตลอดกาล
“I spied a red ripe palm nut on the ground and held it out to my companion on the flat of my hand... Yet I had been reassured by the soft pressure of David's fingers that, although he disdained my gift, he had not misinterpreted my gesture in offering it to him."
(ฉันเหลือบไปเห็นผลปาล์มสุกบนพื้นจึงยื่นส่งให้เขา... แม้เขาจะไม่รับของขวัญชิ้นนี้ แต่ฉันกลับรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกจากแรงบีบที่นุ่มนวลจากนิ้วมือของ David มันบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้เข้าใจเจตนาในการหยิบยื่นไมตรีของฉันผิดไปเลย)
วินาทีนั้นเองที่กำแพงซึ่งมนุษย์สร้างขึ้นเพื่อกั้นขวางตัวเองออกจากธรรมชาติได้พังทลายลง และโลกวิทยาศาสตร์ก็ได้เรียนรู้ว่า "ความอ่อนโยน" คือภาษาสากลที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของสายพันธุ์ได้อย่างแท้จริง
บทความ "New Discoveries Among Africa’s Chimpanzees" ในปี 1965 ไม่ใช่แค่สารคดีสัตว์ป่าธรรมดา แต่คือบทความที่เปลี่ยนมุมมองที่มนุษย์มีต่อโลกและต่อตัวเองไปตลอดกาล
.
TAIC ขอเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสบทความประวัติศาสตร์และภาพถ่ายคลาสสิกฉบับจริงของนิตยสาร National Geographic ซึ่งรวบรวมตั้งแต่ฉบับปี ค.ศ. 1928 และเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือสะสมในคอลเลคชันส่วนพระองค์ของพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร (Prince Dhani Nivat's Collection) ได้ที่ Thailand and ASEAN Information Center (TAIC) ชั้น 6 สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
.
อ้างอิง
Goodall, J. (1965). New Discoveries Among Africa's Chimpanzees. National Geographic.
Oakley, K. P. (1950). Man the Tool-Maker. British Museum (Natural History).
.
ภาพและข้อมูล : ธนาวีร์ โสมมูล บรรณารักษ์
ออกแบบภาพประกอบ ธนธัส วิทยากรณ์ เจ้าหน้าที่บริการสารสนเทศ
views 40