สำนักงานวิทยทรัพยากร หอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


9 เมษายน 2569

การเลือกตั้ง ที่ไม่มีทางเลือก: อินโดนีเซียในยุคซูฮาร์โต

 
 
บทเรียนสำคัญจากประวัติศาสตร์อินโดนีเซียในยุคระเบียบใหม่ภายใต้การนำของนายพลซูฮาร์โต ผู้นำที่สามารถครองอำนาจได้อย่างยาวนานกว่าสามทศวรรษ จากการออกแบบและควบคุมกติกาให้เอื้อต่อพวกพ้องอย่างแนบเนียน-ภาพปกหนังสือและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สำหรับประกอบบทความ การเลือกตั้ง ที่ไม่มีทางเลือก: อินโดนีเซียในยุคซูฮาร์โต ของศูนย์สารสนเทศประเทศไทยและประชาคมอาเซียน Thailand and ASEAN Information Center #President #Indonesia
 
 
ในระบอบเผด็จการสมัยใหม่ การเลือกตั้งยังคงถูกจัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ มีบัตรเลือกตั้ง มีคูหา มีการนับคะแนนครบถ้วน แต่เบื้องหลังของกระบวนการเหล่านี้ อาจไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนตัดสินใจได้อย่างแท้จริง หากเป็นส่วนหนึ่งของกลไกเพื่อสร้างภาพความเป็นประชาธิปไตย และเพื่อช่วยให้ผู้มีอำนาจรักษาอำนาจของตนต่อไป
 
อินโดนีเซียในยุคระเบียบใหม่ (New Order) ภายใต้การปกครองของนายพลซูฮาร์โต เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน ระบบการเมืองในช่วงเวลานั้นแสดงให้เห็นว่า เมื่อการเลือกตั้งถูกควบคุม ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงไม่ได้สะท้อนความต้องการของประชาชนเท่าที่ควร หากแต่เป็นไปตามโครงสร้างอำนาจที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า
 
กว่าสามทศวรรษแห่งอำนาจและพวกพ้อง
นายพลซูฮาร์โต ขึ้นสู่อำนาจในปี 1966 ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองภายในของอินโดนีเซีย เขาทำรัฐประหาร ยึดอำนาจจากประธานาธิบดีซูการ์โน และกวาดล้างพรรคคอมมิวนิสต์อินโดนีเซีย (PKI) ก่อนจะเริ่มจัดระเบียบโครงสร้างการเมืองและเศรษฐกิจใหม่ เรียกว่า “ยุคระเบียบใหม่” (New Order)
 
ภาพนายพลซูฮาร์โต (President of Indonesia) ขึ้นสู่อำนาจในปี 1966  ใช้ประกอบบทความที่กล่าวถึงบทเรียนสำคัญจากประวัติศาสตร์อินโดนีเซียในยุคระเบียบใหม่ภายใต้การนำของนายพลซูฮาร์โต ผู้นำที่สามารถครองอำนาจได้อย่างยาวนานกว่าสามทศวรรษ จากการออกแบบและควบคุมกติกาให้เอื้อต่อพวกพ้องอย่างแนบเนียน
 
ในด้านการปกครอง ซูฮาร์โตชูแนวคิดเรื่องการสร้างเสถียรภาพและการพัฒนาเป็นแกนหลัก คำสองคำนี้ไม่ได้เป็นเพียงนโยบาย แต่ยังถูกใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือทางการเมือง และลดแรงวิจารณ์จากสังคม ตลอดระยะเวลากว่าสามสิบปีที่เขาอยู่ในตำแหน่ง
 
ในเชิงเศรษฐกิจ ระหว่างช่วงปี 1965–1997 อินโดนีเซียเติบโตอย่างรวดเร็ว รายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้นจากประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน อัตราความยากจนลดลงอย่างมาก จากร้อยละ 40 ในปี 1976 เหลือร้อยละ 11 ในปี 1996 นอกจากนี้ อัตราการรู้หนังสือก็สูงขึ้น การเข้าถึงการศึกษาขยายตัว และอัตราการเสียชีวิตของทารกลดลงอย่างต่อเนื่อง ภาพรวมเหล่านี้ทำให้ระบอบการปกครองของซูฮาร์โตดูเหมือนประสบความสำเร็จอย่างมาก
 
แต่ความสำเร็จนั้นมีต้นทุน รัฐให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจจนละเลยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรถูกใช้ไปอย่างหนัก และความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาคก็เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ปัญหาคอร์รัปชันก็ฝังลึกอยู่ในระบบ
 
รัฐบาลและกลุ่มผู้มีอำนาจมักอ้างผลประโยชน์ของชาติ เพื่อออกนโยบายที่เอื้อให้คนใกล้ชิด และเครือข่ายของตนได้รับประโยชน์ จนเกิดวัฒนธรรมที่เรียกว่า KKN ซึ่งมาจากคำว่า Korupsi (คอร์รัปชัน), Kolusi (สมรู้ร่วมคิด) และ Nepotisme (ระบบพรรคพวก) อันกลายเป็นคำสำคัญที่ใช้วิจารณ์และสะท้อนลักษณะของระบอบของซูฮาร์โตได้ดี
 
การเมืองที่มีการเลือกตั้ง แต่ไม่มีทางเลือก
แม้รัฐบาลของซูฮาร์โตจะกุมอำนาจไว้เกือบทั้งหมด แต่ก็ยังคงพยายามรักษาภาพความเป็นประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญเอาไว้ โดยจัดให้มีพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง พรรคโกลคาร์ (Golkar) ถูกจัดตั้งขึ้นโดยกองทัพและกลุ่มอำนาจของซูฮาร์โต พรรคนี้เป็นเครื่องมือที่ทำให้ระบบดูเหมือนยังมีการแข่งขัน ทั้งที่ในความเป็นจริง อำนาจยังคงอยู่ภายใต้คนกลุ่มเดิมๆ
 
หัวใจของระบบนี้ยังอยู่ที่การออกแบบกติกา รัฐบาลกำหนดให้พรรคการเมืองที่มีแนวคิดใกล้เคียงกันต้องควบรวมกัน ส่งผลให้พรรคการเมืองแต่ละฝ่ายมีความขัดแย้ง แย่งอำนาจกันเองภายใน ทำให้ขาดเอกภาพ และไม่สามารถรวมพลังเพื่อตรวจสอบอำนาจรัฐได้อย่างจริงจัง
 
ขณะเดียวกัน ระบบราชการก็ถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลไกทางการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐในทุกระดับต้องเป็นสมาชิกพรรคโกลคาร์ และมีหน้าที่ระดมสมาชิกและคะแนนเสียงในพื้นที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐกลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรค อำนาจในหน้าที่ของพวกเขาจึงถูกนำมาใช้ในทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติเอกสาร การให้ใบรับรอง หรือบริการพื้นฐานต่าง ๆ ตั้งแต่การทำบัตรประชาชน ส่งลูกเข้าโรงเรียน ไปจนถึงการทำธุรกิจ ในทางปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงกดดันทางอ้อมต่อประชาชน เพราะหลายคนรู้ดีว่า หากไม่ยอมทำตามหรือให้ความร่วมมือ เรื่องธรรมดาพื้นฐานในการดำเนินชีวิตอาจกลายเป็นเรื่องยากขึ้นทันที
 
ปัญหายิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อแทบไม่มีเส้นแบ่งระหว่างผู้จัดการเลือกตั้งกับผู้ลงแข่งขัน เจ้าหน้าที่รัฐไม่เพียงมีบทบาทในระบบราชการ แต่ยังลงสมัครรับเลือกตั้ง และทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการเลือกตั้งไปพร้อมกัน ตั้งแต่การจัดการเลือกตั้ง การนับคะแนน ไปจนถึงการพิจารณาข้อร้องเรียน เมื่อคนกลุ่มเดียวกันทำหน้าที่ทั้งสองด้าน ความโปร่งใส และเป็นธรรมของระบบจึงถูกตั้งคำถามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
กรณีนี้ทำให้เห็นว่าเมื่อกลุ่มผู้นำสามารถควบคุมทั้งระบบราชการและองค์กรตรวจสอบได้ อำนาจของรัฐก็จะถูกใช้ไปในทิศทางเดียวกัน คือการรวมศูนย์และเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ขณะเดียวกัน ประชาชนก็แทบไม่มีพื้นที่หรือช่องทางในการตรวจสอบและคานอำนาจได้อย่างแท้จริง
 
จุดเปลี่ยนและการล่มสลาย: การเลือกตั้งปี 1997
ความบิดเบี้ยวของระบอบนี้ ปรากฏชัดเจนในการเลือกตั้งปี 1997 ซึ่งนักวิชาการบางคนให้คำนิยามการเลือกตั้งครั้งนั้นไว้ว่าเป็นเพียง “นาฏกรรมทางการเมือง” มีรายงานความผิดปกติในหลายพื้นที่ เช่น ในเมืองเบงกูลู (Bengkulu) พบการพิมพ์บัตรเลือกตั้งสำรองสูงถึง 60% ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่สามารถสวมสิทธิลงคะแนนแทนผู้ที่ไม่มาใช้สิทธิได้
 
อีกทั้ง บางพื้นที่มีการพบแบบฟอร์มประกาศผลการเลือกตั้งที่ถูกกรอกตัวเลขไว้ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ก่อนวันลงคะแนนจริง ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นพยายามบ่ายเบี่ยงโดยให้เหตุผลว่าเป็นเพียงแบบฟอร์มสำหรับซ้อมเท่านั้น นอกจากนี้ ยังพบการเปลี่ยนแปลงผลคะแนนอย่างเปิดเผยในอีกหลายพื้นที่ เช่น คะแนนของพรรคคู่แข่งถูกนับให้กลายเป็นของพรรคโกลคาร์
 
ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า คือพรรคโกลคาร์ชนะไปที่คะแนนเสียงถึงร้อยละ 74 แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนความนิยมที่แท้จริงของประชาชน หากเป็นเพียงผลลัพธ์ที่ถูกใช้เพื่อทำให้ระบอบการปกครองดูน่าเชื่อถือเท่านั้น
 
อย่างไรก็ตาม ระบอบที่สร้างขึ้นอย่างแน่นหนาและดูแข็งแกร่งนี้กลับเปราะบางเมื่อเผชิญกับวิกฤตการเงินเอเชียในปี 1997 หรือที่เรียกกันว่า วิกฤตต้มยำกุ้ง ส่งผลให้เศรษฐกิจอินโดนีเซียทรุดตัวอย่างรวดเร็ว ค่าครองชีพพุ่งสูง ขณะที่ความไม่พอใจของประชาชนที่สะสมมานานจากปัญหาคอร์รัปชัน และการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใกล้ชิดกับรัฐบาลก็เริ่มปะทุขึ้น
 
จากจุดเริ่มต้นโดยการประท้วงของกลุ่มนักศึกษา ก่อนจะขยายตัวเป็นวงกว้าง และนำไปสู่ความรุนแรงในหลายพื้นที่ ส่งผลให้สุดท้ายซูฮาร์โตต้องประกาศลาออกในปี 1998 ปิดฉากระบอบที่ดำรงอยู่มากว่าสามทศวรรษ
 
Suharto presented his address of resignation as President of the Republic of Indonesia at Merdeka Palace Jakarta, 21 May 1998.-#การปกครอง #การเมือง #สังคมวิทยาและมานุษวิทยา #สังคมวิทยา #socialist #สังคมศึกษา #ประวัติศาสตร์ #รัฐศาสตร์จุฬา #รัฐศาสตร์ #political #Library #southeastasia #หนังสือแนะนำ #socialstudies #book #taicchulalibrary #history #chulalongkornuniversity #Chulalibrary #ASEAN #politics #political #indonesia #PresidentofIndonesia
 
อินโดนีเซียหลังยุคซูฮาร์โต
การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนตัวผู้นำ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปทางการเมืองครั้งใหญ่ อินโดนีเซียเข้าสู่ยุคการปฏิรูป (Reformasi) มีการเปิดเสรีทางการเมืองมากขึ้น การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และลดบทบาทของกองทัพในทางการเมือง ขณะเดียวกัน เริ่มมีการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ส่งผลให้การเลือกตั้งมีการแข่งขันกันมากขึ้น
 
ภายหลังเหตุการณ์การล่มสลายของระบอบซูฮาร์โต อินโดนีเซียได้ผ่านกระบวนการเปลี่ยนผ่านและปฏิรูปทางการเมืองอย่างต่อเนื่องตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นประเทศที่มีพัฒนาการทางประชาธิปไตยก้าวหน้า แม้ว่าในรายงาน Freedom in the World ปี 2025 จะปรับลดคะแนนและจัดให้อินโดนีเซียอยู่ในกลุ่มประเทศที่มี “เสรีภาพบางส่วน” (Partly Free) จากปัญหาการทุจริตในการเลือกตั้งและการใช้ความรุนแรงก็ตาม
 
ในขณะที่ประเทศไทยกลับเผชิญกับแนวโน้มที่สวนทางออกไป โดยถูกปรับลดสถานะไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่ “ไม่มีเสรีภาพ” (Not Free) จากปัจจัยทางการเมืองหลายประการ เช่น การยุบพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงสูง และการดำเนินการที่ถูกมองว่าไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชน สถานการณ์เช่นนี้ชวนให้เกิดคำถามถึงทิศทางของพัฒนาการทางการเมืองในระยะยาว
 
กรณีของอินโดนีเซียชวนให้คิดต่อว่า ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้อยู่แค่ว่ามีการเลือกตั้งหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าใครเป็นคนควบคุม จัดการ และตรวจสอบกลไกทั้งหมด และกลไกเหล่านั้นเปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันจริงหรือไม่ เพราะตราบใดที่อำนาจเหล่านี้ยังอยู่ในมือของคนกลุ่มเดิม การเลือกตั้งก็อาจเป็นเพียงพิธีกรรมทางการเมือง มากกว่าการเปิดโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง
 
ในอีกด้านหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียยังสะท้อนว่า ระบอบที่ดูมั่นคงอาจไม่ได้แข็งแรงอย่างที่เห็น เมื่อเงื่อนไขทางเศรษฐกิจเปลี่ยนไปและความเชื่อมั่นของประชาชนเริ่มสั่นคลอน เมื่อผู้คนอาจเริ่มตั้งคำถามต่อสิ่งที่เคยเชื่อ และมองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอำนาจนั้น
.
อ้างอิง:
J. Schiller (1999). The 1997 Indonesian Elections: 'Festival of Democracy' or Costly 'Fiction'?.
Thee Kian Wie (2007) Indonesia’s Economic Performance under Soeharto’s New Order.
Edward Aspinall and Mada Sukmajati (2016) Electoral Dynamics in Indonesia: Money Politics, Patronage and Clientelism at the Grassroots. Call No: [TAIC] 94251
พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ (2020). อินโดนีเซีย: พรรคการเมืองและการเลือกตั้งจากอดีตสู่ปัจจุบัน.
Call No: [TAIC] 100759
 
ภาพปกหนังสือและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สำหรับประกอบบทความ การเลือกตั้ง ที่ไม่มีทางเลือก: อินโดนีเซียในยุคซูฮาร์โต ของศูนย์สารสนเทศประเทศไทยและประชาคมอาเซียน Thailand and ASEAN Information Center-#การปกครอง #การเมือง #สังคมวิทยาและมานุษวิทยา #สังคมวิทยา #socialist #สังคมศึกษา #ประวัติศาสตร์ #รัฐศาสตร์จุฬา #รัฐศาสตร์ #political #Library #southeastasia #หนังสือแนะนำ #socialstudies #book #taicchulalibrary #history #chulalongkornuniversity #Chulalibrary #ASEAN #politics #political #indonesia
 
 
ชวนศึกษาต่อเกี่ยวกับการเมือง และการปกครองอินโดนีเซีย ผ่านทรัพยากรสารสนเทศบางส่วนของ TAIC:
สิริพรรณ นกสวน สวัสดี (2561). การเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยเปรียบเทียบ: เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ชิลี อาร์เจนตินา ตูนิเซีย ไนจีเรีย ยูเครน และโปแลนด์. Call No: [TAIC] 97610  
สีดา สอนศรี ... [และคนอื่นๆ] (2547). การเลือกตั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ : ศึกษาเฉพาะประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย. Call No: [CU-B] ร 15 012023
อรอนงค์ ทิพย์พิมล (2568). เอาทหารออกไป : การปฏิรูปกองทัพอินโดนีเซียเพื่อประชาธิปไตยหลังยุคซูอาร์โต. Call No: [TAIC] 104822  
Edward Aspinall (2019). Democracy for Sale: Elections, Clientelism, and the State in Indonesia. Call No: [TAIC] 98742  
Ariel Heryanto and Sumit K. Mandal. (2003). Challenging authoritarianism in Southeast Asia : comparing Indonesia and Malaysia. Call No: [TAIC] 65208  
 
ภาพปกหนังสือและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สำหรับประกอบบทความ การเลือกตั้ง ที่ไม่มีทางเลือก: อินโดนีเซียในยุคซูฮาร์โต ของศูนย์สารสนเทศประเทศไทยและประชาคมอาเซียน Thailand and ASEAN Information Center - #การปกครอง #การเมือง #สังคมวิทยาและมานุษวิทยา #สังคมวิทยา #socialist #สังคมศึกษา #ประวัติศาสตร์ #รัฐศาสตร์จุฬา #รัฐศาสตร์ #political #Library #southeastasia #หนังสือแนะนำ #socialstudies #book #taicchulalibrary #history #chulalongkornuniversity #Chulalibrary #ASEAN #politics #political #indonesia
.
 
ผู้จัดทำ: ศูนย์สารสนเทศประเทศไทยและประชาคมอาเซียน
ศึกษาข้อมูลและเรียบเรียง: ปัทมา เจริญกรกิจ เจ้าหน้าที่บริการสารสนเทศ
ออกแบบภาพประกอบ: ธนธัส วิทยากรณ์ เจ้าหน้าที่บริการสารสนเทศ

views 45