สำนักงานวิทยทรัพยากร หอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


10 มกราคม 2569

กอทูเล vs ติมอร์เลสเต ว่าด้วยการสถาปนารัฐเอกราชที่ (ไม่) เหมือนกัน

 
 
ภาพประกอบบทความกองกำลัง กอทูเล vs ติมอร์เลสเต ว่าด้วยการสถาปนารัฐเอกราชที่ (ไม่) เหมือนกัน
 
 
หากย้อนมองประวัติศาสตร์การต่อสู้ของชาวกะเหรี่ยง “กอทูเล” อาจไม่ใช่แค่ชื่อ หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของความฝันและขบวนการทางการเมืองเพื่ออิสระในการปกครองตนเองที่สั่งสมมายาวนานกว่า 70 ปี
 
ความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมากับกลุ่มชาติพันธ์กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง เมื่อ พล.อ.เนอดา เมียะ บุตรชายนายพลโบเมียะ อดีตผู้นำสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (The Karen National Union: KNU) ประกาศจัดตั้ง “สาธารณรัฐกอทูเล” สถาปนาตนเองเป็นประธานาธิบดี และแต่งตั้งคณะรัฐบาลในนามรัฐเอกราชใหม่
 
อย่างไรก็ดี ต้องทำความเข้าใจว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการดำเนินการของกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล (Kawthoolei Army: KTLA) เพียงฝ่ายเดียว และไม่สอดคล้องกับท่าทีของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ซึ่งได้รับการยอมรับจากรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government: NUG) รัฐบาลพลัดถิ่นของเมียนมา ที่ก่อตั้งโดยกลุ่มต่อต้านรัฐประหารในปี 2021
 
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่เป้าหมายทางการเมือง โดย KNU มุ่งผลักดันแนวคิดการปกครองระบอบสหพันธรัฐประชาธิปไตย (Federal Democracy) ซึ่งหมายถึงการอยู่ร่วมกันของหลายรัฐภายใต้รัฐบาลกลางเดียว บนพื้นที่และกองกำลังของตนที่ดำเนินงานมาอย่างยาวนาน ในขณะที่การประกาศ “สาธารณรัฐกอทูเล” ของ KTLA สะท้อนเป้าหมายที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน นั่นคือการแยกตัวออกมาเป็นรัฐเอกราชโดยสมบูรณ์ (Independent Republic)
 
ในเชิงทฤษฎี การจะนับว่าเป็น “รัฐ” ได้นั้นมีหลักเกณฑ์ที่อ้างอิงได้จากอนุสัญญามอนเตวิเดโอ (Montevideo Convention) มาตรา 1 ซึ่งระบุว่ารัฐต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ 4 ประการ ได้แก่ (1) มีประชากรถาวร (2) มีดินแดนที่กำหนดแน่นอน (3) มีรัฐบาล และ (4) มีความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับรัฐอื่น นอกจากนี้ มาตรา 3 ของอนุสัญญาฉบับเดียวกันยังวางหลักการไว้ว่า การดำรงอยู่ของรัฐไม่จำเป็นต้องขึ้นกับการยอมรับจากรัฐอื่น กล่าวคือในทางทฤษฎี หากมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ครบถ้วน การประกาศตนเป็นรัฐก็ถือว่าเพียงพอ โดยไม่ต้องรอความเห็นชอบจากภายนอก
 
แต่ในโลกความเป็นจริง การเมืองระหว่างประเทศซับซ้อนกว่านั้น การไม่ถูกยอมรับจากรัฐอื่นย่อมนำมาซึ่งข้อจำกัดต่างๆ อาทิ การไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติ การไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศ ไปจนถึงการไม่สามารถทำข้อตกลงทางการค้าหรือความมั่นคงอย่างเป็นทางการได้ ดังนั้น แม้รัฐจะ “มีอยู่” ในทางกฎหมาย แต่ก็อาจ “อยู่ไม่ได้” ในทางปฏิบัติ
 
การยอมรับจากประชาคมโลกไม่อาจเกิดจากการประกาศฝ่ายเดียว หากพื้นที่ยังดำรงอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง และปราศจากการยอมรับสถานะทางการเมือง กรณีของกอทูเล การจัดตั้งสาธารณรัฐโดยแกนนำกองกำลังกะเหรี่ยงเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลทหารเมียนมายังคงอ้างอธิปไตยเหนือดินแดนดังกล่าว อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับจุดยืนของ KNU และเผชิญความเห็นต่างกับกองกำลังกะเหรี่ยงติดอาวุธกลุ่มอื่นๆ ขณะที่พื้นที่ที่อ้างสิทธิ์ยังคงเป็นสมรภูมิการสู้รบ
 
ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ ประชาคมโลกจึงอาจมีแนวโน้มมองสถานการณ์ดังกล่าวในกรอบของความขัดแย้งภายในประเทศเป็นหลักมากกว่าการก่อรูปของรัฐใหม่ แม้ว่าในถ้อยคำประกาศของ พล.อ.เนอดา เมียะ จะมีการอ้างถึงประวัติศาสตร์ของการถูกกดขี่ การเลือกปฏิบัติ และความรุนแรงที่ชาวกะเหรี่ยงเผชิญมาอย่างยาวนานก็ตาม
 
ภาพประกอบบทความกอทูเล vs ติมอร์เลสเต ว่าด้วยการสถาปนารัฐเอกราชที่ (ไม่) เหมือนกัน
 
หากหันกลับไปมองกรณีของ ติมอร์-เลสเต ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนน้องใหม่ที่สามารถประกาศเอกราชได้สำเร็จ จะเห็นบริบทที่แตกต่างออกไป ติมอร์-เลสเตไม่ได้อาศัยการต่อสู้ด้วยอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่มีเรื่องของสถานะทางกฎหมายในฐานะอดีตอาณานิคมของโปรตุเกสที่ถูกอินโดนีเซียผนวกเข้าไปในช่วงสงครามเย็น
 
แม้การผนวกดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ในบริบทการเมืองโลกขณะนั้น แต่เมื่อสงครามสิ้นสุดลง บรรทัดฐานทางการเมืองระหว่างประเทศก็เปลี่ยนไป การยึดครองดินแดนด้วยกำลังเริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้น กระบวนการกอบกู้เอกราชของติมอร์-เลสเตจึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากความพยายามและการสูญเสียของประชาชน ผนวกกับแรงกดดันจากเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนที่ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นวาระสากล เหตุการณ์อย่างการสังหารหมู่ที่ซานตาครูซในปี 1991 มีบทบาทสำคัญที่ทำให้ภาพความรุนแรงถูกส่งต่อไปทั่วโลก และลดทอนความชอบธรรมของอินโดนีเซียในเวทีระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
 
เอกราชของติมอร์-เลสเตเกิดขึ้นไม่ใช่เพราะชัยชนะในสนามรบ หากแต่จากการที่สังคมโลกค่อยๆ เห็นพ้องว่าการยึดครองดินแดนของอินโดนีเซียไม่อาจถือว่าชอบธรรม และหันมายอมรับสิทธิของชาวติมอร์-เลสเตในการกำหนดอนาคตของตนเอง กระบวนการนี้เปิดทางให้เกิดการจัดประชามติภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ และนำไปสู่การก่อตั้งรัฐเอกราชในที่สุด
 
อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ของติมอร์-เลสเตยังสะท้อนให้เห็นว่า เอกราชเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการสร้างรัฐ ความท้าทายที่แท้จริงอยู่ที่ความสามารถในการบริหารประเทศ การจัดสรรทรัพยากร และการดูแลประชาชนให้รัฐสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
 
ณ เวลานี้ ยังยากจะประเมินได้ว่าอนาคตของกอทูเล และความใฝ่ฝันในการเป็นดินแดนที่ไร้ความมืด หรือดินแดนที่ปราศจากความชั่วร้าย ตามความหมายในภาษากะเหรี่ยง จะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ความเป็นรัฐไม่ใช่สิ่งที่ใครฝ่ายหนึ่งจะประกาศขึ้นมาได้ตามลำพัง หากแต่ต้องดำรงอยู่ท่ามกลางรัฐอื่นๆ และเงื่อนไขมากมายที่ประชาคมโลกมีส่วนร่วมกำหนดร่วมกัน
 
 
 
ชวนศึกษาต่อในประเด็นการศึกษารัฐชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความขัดแย้งในเมียนมา และประวัติศาสตร์เส้นทางสู่เอกราชของติมอร์-เลสเต ผ่านทรัพยากรสารสนเทศของ TAIC
 
- Damien Kingsbury (2017). Politics in Contemporary Southeast Asia: Authority, Democracy and Political Change. Routledge.
Call No: [TAIC] 94524 https://library.car.chula.ac.th/record=b2125517
- Erik Paul (2010). Obstacles to Democratization in Southeast Asia: A Study of the Nation State, Regional and Global. Order Palgrave Macmillan.
Call No: [TAIC] 81187  https://library.car.chula.ac.th/record=b1849978
- Lee Jones (2012). ASEAN, Sovereignty and Intervention in Southeast Asia. Palgrave Macmillan.
Call No: [TAIC] 84240 https://library.car.chula.ac.th/record=b1899462
.
- Ardeth Maung Thawnghmung (2008). The Karen revolution in Burma: diverse voices, uncertain ends. Institute of Southeast Asian Studies.
Call No: [TAIC] 75526 https://library.car.chula.ac.th/record=b1771899- Martin Smith (1991). Burma: insurgency and the politics of ethnicity. Zed Books.
Call No: [TAIC] 48171 https://library.car.chula.ac.th/record=b1223107
- ลลิตา หาญวงษ์ (2024). Hidden Myanmar การต่างประเทศร่วมสมัยและความเคลื่อนไหวของฤาษีแห่งเอเชีย. มติชน.
Call No: [TAIC] 104263 https://library.car.chula.ac.th/record=b2390018
.
- Ben Kiernan (2008). Genocide and Resistance in Southeast Asia: Documentation, Denial & Justice in Cambodia & East Timor. Transaction Publishers.
Call No: [TAIC] 76578 https://library.car.chula.ac.th/record=b1786800
- Sonny Inbaraj (1995). East Timor: Blood and Tears in ASEAN. Silkworm Books.
Call No: [TAIC] 52015 https://library.car.chula.ac.th/record=b1421662
.
อ้างอิง:
Dee, M. (2025). Kawthoolei: A Nation Forged in the Crucible of War. Government of Kawthoolei. https://drive.google.com/file/d/1PGo6Suwj-gZd78E7y9aai-LdFUUZLNeU/view
The Faculty of Law, UiO. Montevideo Convention on the Rights and Duties of States.
https://www.jus.uio.no/english/services/library/treaties/01/1-02/rights-duties-states.html
Thaipbs (2026). มอง ความซ้ำซ้อน "สาธารณรัฐกอทูเล" กับ "รัฐกะเหรี่ยง" (KNU). https://www.thaipbs.or.th/news/content/500859
Thaipbs (2026). สถาปนาสาธารณรัฐกอทูเล พร้อมจัดตั้งรัฐบาล.
https://www.thaipbs.or.th/news/content/500844
จอห์น จี. เทเลอร์. สิทธา เลิศไพบูลย์ศิริ และอรพรรณ ลีนะนิธิกุล, แปล (2012). ติมอร์ตะวันออก : เส้นทางสู่เอกราช. มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์.
Call No: [TAIC] 85684 https://library.car.chula.ac.th/record=b1920608
 
ผู้จัดทำ: ศูนย์สารสนเทศประเทศไทยและประชาคมอาเซียน
ศึกษาข้อมูลและเรียบเรียง: ปัทมา เจริญกรกิจ เจ้าหน้าที่บริการสารสนเทศ
ออกแบบภาพประกอบ: ธนธัส วิทยากรณ์ เจ้าหน้าที่บริการสารสนเทศ

views 228