Office of Academic Resources
Chulalongkorn University
Chulalongkorn University

Home / Help

TitleForecasting Ability of International Fisher Effect : The Case of Southeast Asia Currencies and Currencies from Developed Countries / Tharathorn Phoosrithong : แประสิทธิภาพในการคาดคะเนอัตราแลกเปลี่ยนของ International Fisher Effect : กรณีของอัตราแลกเปลี่ยนจากประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศพัฒนาแล้ว
Authorธราธร ภู่ศรีทอง
Imprint 2559
Descript 70 หน้า, ตาราง

SUMMARY

This study tests the effectiveness of International Fisher Effect (IFE) theory in forecasting exchange rate in three selected Southeast Asia currencies and three selected currencies from developed countries in five different tenors measured against US Dollar (USD). The samples are conducted during the period of 10 years from January 2007-December 2016. Evaluation criteria of the IFE model are measured in two aspects, size and direction of forecast errors. The competing models, in this study are Random Walk and Purchasing Power Parity (PPP). In addition, the study conducts more on factors that determining the forecast errors of IFE model. The chosen factors are inflation differential and money supply differential.
IFE shows the worst performance in this study when comparing to both Random Walk and PPP in both aspect of size and direction aligns with other studies, Meese and Rogoff (1983), Chinn and Meese (1995), Chueng, Chinn and Pascual (2005), Random Walk performs the best. In addition, IFE performs no differently among both regions. This study also finds that inflation differential nor money supply differential could explain the forecast error of IFE. According to the results, relying on exchange rate model seems to be useless. Therefore, it is necessary that exchange rate risk should be minimized through hedging instrument.
วิจัยนี้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของทฤษฎี International Fisher Effect (IFE) ในการคาดคะเนอัตราแลกเปลี่ยนของสามสกุลในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสามสกุลในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ใน 5 ช่วงระยะเวลา ซึ่งทั้ง 6 สกุลนี้ถูกวัดโดยอ้างกอิงจากเงินดอลลาร์ (USD) ขอบเขตในการศึกษาใช้ข้อมูลช่วงเวลา 10 ปี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 ถึง ธันวาคม 2559 การประเมินความแม่นยำในการคาดคะเนนั้นประเมินใน 2 รูปแบบ รูปแบบแรก คือ ขนาดของความคาดเคลื่อนในการคาดคะเนอัตราแลกเปลี่ยนและความถูกต้องในการคาดคะเนของทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน แบบจำลองที่นำมาใช้เปรียบเทียบ คือ การคาดคะเนแบบสุ่ม (Random Walk) และ Purchasing Power Parity (PPP) นอกจากนี้ได้มีการทดสอบปัจจัยที่อาจมีผลต่อการคาดเคลื่อนในการคาดคะเนอัตราแลกเปลี่ยน ปัจจัยที่ถูกเลือกมาทำการทดสอบ
คือ ส่วนต่างของอัตราเงินเฟ้อ และ ส่วนต่างของปริมาณเงิน จากการศึกษาพบว่าแบบจำลอง IFE คาดคะเนอัตราแลกเปลี่ยนได้แม่นยำน้อยที่สุดเมื่อเทียบกัน การคาดคะเนแบบสุ่ม และ PPP และการคาดคะเนแบบสุ่มเป็นแบบจำลองที่สามารถคาดคะเนอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีที่สุดและ IFE มีความแม่นยำไม่ต่างกันในทั้งสองภูมิภาค นอกจากนี้ผลการวิจัยพบว่าส่วนต่างของอัตราเงินเฟ้อและส่วนต่างของปริมาณเงินในไม่สามารถอธิบายการคาดคะเนที่ไม่แม่นยำของแบบจำลอง IFE ได้ จากผลการศึกษาสามารถสรุปได้ว่าไม่สามารถพึ่งพาแบบจำลองอัตราแลกเปลี่ยนในการคาดคะเนอัตราแลกเปลี่ยนในอนาคตได้ ดังนั้นความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนควรได้รับการป้องกันโดยใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงต่างๆ


LOCATIONCALL#STATUS
Chula Business School Library : Special Project58819266LIB USE ONLY



Location



Office of Academic Resources, Chulalongkorn University, Phayathai Rd. Pathumwan Bangkok 10330 Thailand

Contact Us

Tel. 0-2218-2929,
0-2218-2927 (Library Service)
0-2218-2903 (Administrative Division)
Fax. 0-2215-3617, 0-2218-2907

Social Network

  line

facebook   instragram